วิดีโอแนะนำศูนย์ฯ

ศูนย์สุขภาพสตรี

ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ มช. จัด Grand Opening “ศูนย์สุขภาพสตรี หรือWomen Health Center ” อย่างเป็นทางการ ในวันศุกร์ที่ 28 มีนาคม 2557 เวลา 13.45น. ณ ชั้น 3 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา คณะแพทยศาสตร์ มช. โดยรับเกียรติจาก รศ.นพ.ชัยรัตน์ คุณาวิกติกุล รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ เป็นประธานในพิธีเปิด และ Associate Prof.Philip lau และ Associate Prof.Mikael Hartman ในโครงการ The Long Ride 2014 Singapore to Sweden for Breast cancer research ศัลยแพทย์จากNational University Hospital ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งได้เดินทางโดยการขี่รถชอปเปอร์จากประเทศสิงคโปร์ ผ่านมาทางภาคใต้และภาคเหนือของประเทศไทย ผ่านประเทศลาว ประเทศจีน ไปประเทศสวีเดน เพื่อรณรงค์การต่อต้านโรคมะเร็งเต้านม เพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักถึงโรคมะเร็งเต้านมซึ่งปัจจุบันเป็นปัญหาอันดับต้นๆของโลก ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงานในครั้งนี้อีกด้วย

โดยศูนย์สุขภาพสตรีจะเป็นศูนย์บริการที่เพิ่มความสะดวกให้กับผู้รับบริการเป็นอย่างมาก โดยได้นำเครื่องมือและการบริการที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพสตรีมารวมไว้ในศูนย์แห่งนี้ ได้แก่ การตรวจหามะเร็งเต้านมด้วยเครื่อง Mammogram ที่เทคโนโลยีทันสมัยที่สุด โดยการถ่ายภาพเอกซเรย์เต้านมระบบดิจิตอล ที่มีประสิทธิภาพสูงสามารถถ่ายเอกซเรย์เต้านมแบบ 3 มิติ ทำให้สามารถมองเห็นโครงสร้างความผิดปกติของเนื้อเต้านมได้ชัดเจน บริการตรวจด้วยเครื่องอัลตราซาวด์ การตรวจภายในเพื่อคัดกรองมะเร็งของสตรี รวมทั้งการบริการตรวจวัดความหนาแน่นมวลกระดูกซึ่งบอกความเสี่ยงของการเกิดโรคกระดูกพรุน เพื่อให้การดูแลรักษาตั้งแต่เริ่มแรกแบบครบวงจร

ศูนย์สุขภาพสตรี (Women Health Center) เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคมนี้เป็นต้นไป ตั้งแต่เวลา 08.30-14.30น. ณ ชั้น 3 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ มช. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 053-934711-12

การให้บริการ

โรคมะเร็งเต้านม เป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของมะเร็งที่เกิดในผู้หญิงทั่วโลก หลายคนอาจจะคิดว่าเราเป็นคนเอเชีย พบการเกิดมะเร็งเต้านมได้น้อยจึงไม่ได้ให้ความสนใจเท่าใดนัก แต่ปัจจุบันมะเร็งเต้านมได้ไต่อันดับขึ้นมาเป็นมะเร็งที่พบได้มากเป็นอันดับหนึ่งในผู้หญิงไทยแล้ว อีกทั้งยังเป็นมะเร็งที่เป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งในผู้หญิงไทยเสียด้วย ดังนั้นเราควรหันมาให้ความสนใจกับการตรวจหามะเร็งเต้านมกันได้แล้วค่ะเพราะมันไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป และปัจจุบันเรามีเครื่องมือตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมที่ดีมากคือเครื่องแมมโมแกรม สามารถตรวจพบมะเร็งเต้านมในระยะเริ่มต้นที่ยังไม่ลุกลามและผู้ป่วยยังไม่มีอาการผิดปกติใดๆ ซึ่งมะเร็งในกลุ่มนี้มักรักษาได้ผลดี ไม่ต้องตัดเต้านมทิ้งเพียงแต่ผ่าตัดเอาก้อนและเนื้อรอบๆออก และในบางรายอาจไม่ต้องรับยาเคมีบำบัดหรือไม่ต้องฉายแสง (ขึ้นกับระยะของโรคที่ตรวจพบ) ทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้นมาก โรคกระดูกพรุน คือ ความผิดปกติที่เกิดจากกระดูกมีความแข็งแรงน้อยลง โดยเกิดขึ้นทั่วร่างกาย ส่งผลให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกหัก โรคกระดูกพรุนเป็นโรคที่เกิดขึ้นอย่างช้าๆ โดยไม่แสดงอาการผิดปกติจนกว่ากระดูกจะหัก ดังนั้นผู้มีความเสี่ยงจึงควรตรวจคัดกรองภาวะกระดูกพรุนอย่างสม่ำเสมอทุก 1-3 ปี

ขอบเขตบริการ (scope of service ) :

ให้บริการถ่ายภาพเอกซเรย์เต้านมด้วยเครื่องเอกซเรย์เต้านมระบบดิจิตอล 2มิติ ( Digital mammography) ร่วมกับ ระบบ 3มิติ (Breast Tomosynthesis) นอกจากนี้ยังมีบริการตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูก ( Bonedensitometer) เพื่อคัดกรองการเกิดภาวะกระดูกพรุน และตรวจเต้านม และช่องท้องด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง หรืออัลตร้าซาวด์ (Ultrasound) โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางทำการตรวจและแปลผล โดยผู้เข้ารับการตรวจสามารถรอรับผลการตรวจได้ทันทีหลังตรวจ ในกรณีต้องเจาะชิ้นเนื้อส่งตรวจเพื่อพิสูจน์ทางพยาธิวิทยา สามารถทำได้ทันทีในวันตรวจ และมีการส่งต่อการรักษาไปยังศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ อย่างเป็นระบบ

ผู้ที่ควรได้รับการตรวจเอกซเรย์เต้านม (แมมโมแกรม) หรืออัลตร้าซาวด์เต้านม

สตรีอายุ 40 ปีขึ้นไป ควรตรวจแมมโมแกรม เพื่อตรวจหามะเร็งเต้านม ปีละ 1 ครั้ง หากมีประวัติญาติสายตรง เช่น แม่ ,พี่สาว , น้องสาว เป็นมะเร็งเต้านมก่อนอายุ 50 ปี ให้เอาอายุที่ญาติเริ่มเป็น ลบด้วย 5 จะเป็นอายุที่ควรเริ่มตรวจแมมโมแกรม เช่น แม่เป็นมะเร็งเต้านมตอนอายุ 40 ปี ลูกสาวควรมาตรวจด้วยแมมโมแกรมที่อายุ 35ปี วินิจฉัยโรคของเต้านมในผู้ที่มีอาการผิดปกติของเต้านม เช่น คลำได้ก้อน , มีน้ำไหลจากหัวนม ,หัวนมบุ๋ม ,เจ็บเต้านม ควรมาพบแพทย์และควรได้รับการตรวจเอกซเรย์เต้านม หรืออัลตร้าซาวด์เต้านม โดยแพทย์จะเลือกการตรวจที่เหมาะสมให้

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคกระดูกพรุน

ซึ่งผู้มีปัจจัยเสี่ยงควรได้รับการตรวจคัดกรองภาวะกระดูกพรุน ได้แก่
อายุ อายุมาก มีความเสี่ยงสูงขึ้น โดยเฉพาะหญิงอายุมากกว่า 65ปี และชายที่มีอายุมากกว่า 70 ปี
เพศ เพศหญิงมีความเสี่ยงมากกว่าเพศชาย
สตรีที่หมดประจำเดือน โดยเฉพาะผู้ที่หมดประจำเดือนก่อนอายุ 45 ปี หรือผู้ที่ผ่าตัดรังไข่ออกทั้ง 2 ข้าง ก่อนอายุ 45 ปี
น้ำหนักน้อยหรือมีโครงสร้างร่างกายเล็ก มีความเสี่ยงสูงกว่า
หรือดัชนีมวลกาย น้อยกว่า 19 Kg/m2 คำนวณโดย น้ำหนัก (กิโลกรัม) / ส่วนสูง(เมตร) 2
ขาดการออกกำลังกาย
รับประทานแคลเซียมหรือวิตามินดีน้อย
ประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคกระดูกพรุน
สูบบุหรี่เป็นประจำ
ดื่มสุราเป็นประจำ
รับประทานยากลุ่มสเตียรอยด์เป็นเวลาติดต่อกันนานมากกว่า 3 เดือน

เครื่องเอกซเรย์เต้านมแบบ 3 มิติ (Digital Mammogram with Tomosynthesis)

เครื่องเอกซเรย์เต้านมแบบ 3 มิติเป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่ถูกออกแบบให้แตกต่างกับเครื่องเอกซเรย์เต้านมธรรมดา โดยสามารถถ่ายภาพเอกซเรย์เต้านมได้ทั้ง 2 มิติและ 3 มิติ พร้อมกันได้ในครั้งเดียว โดยเครื่องจะทำการสร้างภาพเนื้อเต้านมแบบซอยละเอียดเป็นแผ่นบางๆ ทีละชั้นๆ ทำให้ได้ภาพเต้านมที่มีความละเอียดแยกตามตำแหน่งที่แท้จริงของเต้านมโดยไม่ซ้อนกัน ต่างจากการเครื่องเอกซเรย์เต้านมธรรมดาที่ภาพมักซ้อนกัน ทำให้รังสีแพทย์สามารถมองเห็นเนื้อเต้านมที่เคยซ้อนกันอยู่ได้ชัดเจนและละเอียดมากยิ่งขึ้น จึงทำให้ได้ผลการตรวจวินิจฉัยที่ละเอียด ทำให้สามารถตรวจพบมะเร็งเต้านมได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก จึงมีโอกาสรักษาหายขาดได้สูงมาก และสามารถทำการเจาะตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ โดยใช้เครื่องเอกซเรย์เต้านมร่วมกับการคำนวณตำแหน่งที่เจาะ ผ่านคอมพิวเตอร์ ( Stereotactic biopsy) ซึ่งมีความแม่นยำสูง เหมาะกับความผิดปกติชนิดหินปูน ( Calcification ) ที่ไม่สามารถตรวจเห็นได้ด้วยวิธีอื่น เครื่องเอกซเรย์เต้านมแบบ 3 มิติ ไม่ต้องกดเต้านมคนไข้มากเหมือนการถ่ายเอกซเรย์เต้านมแบบเดิม เนื่องจากเป็นการถ่ายภาพในมุม +/- 15 องศา แล้วนำภาพมาประมวลผลเป็น 3 มิติ ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้แรงในการกดเต้านมคนไข้มาก ลดความเจ็บปวดให้คนไข้อีกด้วย

การตรวจคัดกรองภาวะกระดูกพรุน

ตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลก การประเมินความแข็งแรงของกระดูก และความเสี่ยงของการเกิดกระดูกหัก สำหรับวินิจฉัยโรคกระดูกพรุน ใช้เครื่องมือ ชื่อ Dual energy X-ray Absorptiometry ( DXA ) โดยเครื่องจะวัดค่าความหนาแน่นกระดูกเปรียบเทียบกับค่าความหนาแน่นกระดูกสูงสุดในวัยหนุ่มสาว ปริมาณรังสีที่ได้รับจากการตรวจนี้มีปริมาณน้อยมาก เทียบแล้วการตรวจหนึ่งตำแหน่งผู้ป่วยจะได้รับรังสีในระดับเดียวกับปริมาณรังสีที่มีอยู่ในบรรยากาศรอบๆตัว และน้อยกว่า 1 ใน 10 ของปริมาณรังสีที่ได้รับจากการถ่ายเอ็กซเรย์ปอด

การตรวจพิเศษทางรังสีวินิจฉัย โดยใช้คลื่นความถี่เสียง( Ultrasound )

คือ การใช้คลื่นเสียงความถี่สูงที่มากกว่า 20,000 Hz มาใช้ประโยชน์ในการตรวจอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย

1. การตรวจอวัยวะในช่องท้องส่วนบน (Ultrasound Upper Abdomen) เป็นการตรวจดูอวัยวะช่องท้องส่วนบน ได้แก่ ตับ, ตับอ่อน, ม้าม, ถุงน้ำดี, ท่อน้ำดี, ไต และช่องท้องทั่วๆ ไป ตลอดจนเส้นเลือดต่างๆ ว่ามีความผิดปกติหรือไม่ เช่น ก้อนที่ผิดปกติ หรือถุงน้ำดี นิ่วที่ไตหรือถุงน้ำดี เป็นต้น การเตรียมตัวก่อนตรวจ ผู้ป่วยต้องงดอาหาร และเครื่องดื่มที่มีไขมันทุกชนิดประมาณ 4 ชั่วโมง ก่อนตรวจ (สามารถดื่มน้ำเปล่าได้) เพราะถ้ารับประทานอาหาร ถุงน้ำดีจะหดตัว ทำให้เห็นถุงน้ำดีไม่ชัดเจน

2. การตรวจอวัยวะในช่องท้องส่วนล่าง (Ultrasound Lower Abdomen) เป็นการตรวจดูอวัยวะของช่องท้องด้านล่าง ได้แก่ มดลูก, รังไข่ (ในหญิง), ต่อมลูกหมาก (ในชาย), กระเพาะปัสสาวะ, และบริเวณช่องท้องส่วนล่างอื่นๆ ว่ามีความผิดปกติหรือไม่ เช่น ถุงน้ำในรังไข่, ก้อนเนื้อในมดลูก, ไส้ติ่งอักเสบ เป็นต้น การเตรียมตัวก่อนตรวจ การตรวจวิธีนี้ต้องตรวจขณะที่ปวดปัสสาวะมากพอสมควร ทั้งนี้ เพราะปกติลมในลำไส้จะบังมดลูก และรังไข่ในหญิง หรือบังต่อมลูกหมายในชาย ทำให้ไม่สามารถเห็นภาพอวัยวะได้ชัดเจน เมื่อในกระเพาะปัสสาวะมีน้ำเต็ม ก็จะช่วยดันลำไส้ออกไป ทำให้เห็นมดลูก รังไข่ ต่อมลูกหมากนิ่วใน กระเพาะปัสสาวะ เป็นต้น

3.การตรวจเต้านม (Ultrasound Breasts) เป็นการตรวจดูพยาธิสภาพของเต้านม เพื่อช่วยในการวิเคราะห์ก้อนที่ตรวจพบใน Mammogram หรือดูลักษณะของก้อนที่คลำได้ในเต้านม

4. การตรวจต่อมธัยรอยด์ (Ultrasound of thyroid) เป็นการตรวจเพื่อดูว่าก้อนในต่อมธัยรอยด์และในบริเวณใกล้เคียงที่คลำได้เป็นก้อนเนื้อ หรือถุงน้ำ การตรวจนี้สามารถตรวจได้เลย ไม่ต้องมีการเตรียมตัวใดๆ

อัตราค่าบริการ

แมมโมแกรม

3,000บาท

อัลตร้าซาวนด์เต้านม

1,300บาท

อัลตร้าซาวนด์ช่องท้อง ส่วนบน

1,300บาท

อัลตร้าซาวนด์ช่องท้อง ส่วนล่าง

1,300บาท

อัลตร้าซาวนด์ช่องท้องส่วนบนและล่าง

2,000บาท

อัลตร้าซาวนด์ไทรอยด์

1,300บาท

ตรวจคัดกรองภาวะกรอะดูกพรุน

4,000บาท

อัลตร้าซาวนด์หลอดเลือด ส่วนละ

2,500บาท

ค่าบริการทางการแพทย์

100บาท

 

***ข้าราชการสามารถใช้สิทธิ์เบิกได้ตามกรมบัญชีกลาง กรุณาสอบถามกับเจ้าหน้าที่ และแจ้งสิทธิ์ก่อนรับบริการ***

ติดต่อเรา

เวลาเปิดทำการ

ติดต่อศูนย์สุขภาพสตรีได้ในเวลา

  • จันทร์ - ศุกร์08.00 น. - 16.00 น.
  • เสาร์08.00 น. - 12.00 น.

หยุดทุกวันอาทิตย์และวันนักขัตฤกษ์

  • ศูนย์สุขภาพสตรี ชั้น 3 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถนน สิโรรส ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50200
  • 053-934711

  • 084-614-4421

ดาวน์โหลดเอกสาร

แผ่นพับ แมมโมแกรม-02-02-02-01-01-02-02
แผ่นพับ แมมโมแกรม-02-02-01