ศูนย์เพทซีทีและไซโคลตรอน

วิดีโอแนะนำศูนย์ฯ

ศูนย์เพทซีทีและไซโคลตรอน
  • เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 โดยมุ่งเน้นการให้บริการแก่ประชาชนในเขตภาคเหนือของประเทศไทย ให้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีการถ่ายภาพทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ที่ทันสมัยและมีความแม่นยำที่สุดในปัจจุบัน รวมทั้งสนับสนุนพันธกิจต่างๆของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในด้านมาตรฐานการให้บริการระดับนานาชาติและการส่งเสริมนวัตกรรมงานวิจัย

  • เครื่อง PET/CT และเครื่อง Cyclotron มีมูลค่าประมาณ 230 ล้านบาท รวมทั้งค่าบำรุงรักษาประมาณ 12 ล้านบาทต่อปี

  • ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของผู้รับบริการให้ได้ผลลัพธ์ทางการวินิจฉัยที่ดีและเหม าะสมที่สุด การเข้ารับบริการต้องผ่านการหารือกับแพทย์เพื่อคัดกรองและวินิจฉัยอาก ารของโรคก่อน

การให้บริการ

PET/CT scan (เพทซีทีสแกน)

PET/CT scan

  • เป็นเทคโนโลยีการถ่ายภาพทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ที่ใช้เทคโนโลยีร่วมกันระ หว่างเครื่อง PET (Positron Emission Tomography) และเครื่อง CT (Computed Tomography) ที่มีประสิทธิภาพสูง

  • ภาพถ่ายที่ได้จากเครื่อง PET จะถูกนำมารวม(fusion) กับภาพถ่ายทางกายภาพที่ได้จากเครื่อง CT ทำให้การตรวจนั้นมีความถูกต้องและแม่นยำมากขึ้น

  • การตรวจด้วย PET เป็นการถ่ายภาพที่ทำให้เราสามารถตรวจขบวนการเผาผลาญ(metabolism)ของเ ซลล์ และสามารถติดตาม ตรวจวัด ประเมิน และวิเคราะห์ การทำหน้าที่ของอวัยวะนั้น ๆ ในระดับ Cell metabolism ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของพยาธิสภาพที่เกิดขึ้น

  • ข้อมูลที่ได้จากเครื่อง PET มีความแตกต่างจากเครื่องมืออื่นๆ ซึ่งเรารู้จักกันดี เช่น การตรวจด้วย ultrasound, CT และ MRI ที่ส่วนใหญ่จะแสดงเพียงลักษณะการเปลี่ยนแปลงทางกายวิภาค

การตรวจด้วย PET/CT scan ในโรคมะเร็ง จะมีความไวและประสิทธิภาพสูงในการตรวจมะเร็งชนิดต่างๆ ดังต่อไปนี้
  • มะเร็งบริเวณศีรษะและลำคอ(Head and Neck Cancer)
  • มะเร็งปอดชนิดNon-small cell (Non-Small Cell Lung Cancer; NSCLC)
  • ก้อนในปอด(Single pulmonary nodule)
  • มะเร็งต่อมน้ำเหลือง(Lymphoma)
  • มะเร็งผิวหนัง(Melanoma)
  • มะเร็งต่อมไทรอยด์(Thyroid Cancer)
  • มะเร็งหลอดอาหาร(Esophageal Cancer)
  • มะเร็งลำไส้ใหญ่(Colorectal Cancer)
  • มะเร็งเต้านม(Breast Cancer)
  • มะเร็งปากมดลูก(Cervical Cancer)
  • มะเร็งรังไข่(Ovarian Cancer)
  • มะเร็งที่แพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆซึ่งยังไม่ทราบต้นกำเนิด(Cancer of Unknown Origin; CUP)

ใครควรตรวจเพทซีทีบ้าง

  • ผู้ป่วยโรคมะเร็ง

  • ผู้ที่แพทย์ลงความเห็นว่าควรตรวจเพื่อการวินิจฉัยมะเร็งเบื้องต้น (Diagnosis)

  • ผู้ที่ต้องการหาระยะของโรคมะเร็ง (Staging)

  • ผู้ที่มีกรณีสงสัยว่ามะเร็งแพร่กระจาย หรือมีการกลับเป็นซ้ำ (Re-staging)

  • ผู้ที่รับการรักษาโรคมะเร็งและต้องการประเมินผลการรักษา ทั้งในระหว่างที่ยังรักษาอยู่และหลังจากการรักษาจบสิ้นแล้ว (Therapeutic-monitoring, Assessing the effectiveness of treatment)

  • ผู้ที่แพทย์ต้องการผลเพื่อช่วยในการพยากรณ์โรค (Prognosis)

  • ผู้ที่รักษามะเร็งด้วยการฉายแสง สามารถใช้ผลการตรวจเพื่อช่วยวางแผนการรักษาได้ (Radiation Planning)

  • ผู้ป่วยโรคหัวใจ

  • ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ สามารถใช้ผลตรวจเพื่อช่วยให้แพทย์วินิจฉัยภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย และภาวะกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ (cardiomyopathy) รวมทั้งการอักเสบของกล้ามเนื้อหัวใจและลิ้นหัวใจ (Endocarditis and myocarditis)

  • ผู้ป่วยโรคทางสมองและระบบประสาท

  • ผู้ป่วยที่มีภาวะความจำเสื่อม สามารถใช้ผลตรวจเพื่อช่วยในการวินิจฉัยแยกโรคได้

  • ผู้ป่วยที่เป็นโรคลมชัก สามารถใช้ผลตรวจเพื่อช่วยกำหนดตำแหน่งรอยโรคที่เป็นจุดกำเนิดโรคได้

  • ผู้ป่วยโรคมะเร็งสมอง สามารถใช้ผลตรวจเพื่อช่วยในการประเมินขนาด ขอบเขต และตำแหน่งของก้อนมะเร็งสมองที่ยังเหลืออยู่จากการผ่าตัดหรือการฉายรังสี และช่วยในการวางแผนสำหรับการฉายรังสีรักษา

ขั้นตอนการตรวจเพทซีที

  • สารเภสัชรังสีสำหรับการตรวจเพทซีทีสแกนถูกผลิตขึ้นก่อนการตรวจโดยทีมผลิตสารเภสัชรังสี

  • ผู้ป่วยมาตามนัด เจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำ และตรวจระดับน้ำตาลในเลือด

  • ผู้ป่วยได้รับการฉีดสารเภสัชรังสีโดยพยาบาลวิชาชีพ

  • ผู้ป่วยพักผ่อนในห้องพัก เป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเพื่อให้สารเภสัชรังสีกระจายไปทั่วร่างกายและถูกดูดซึมเข้าไปในเซลล์

  • นักรังสีการแพทย์นำผู้ป่วยเข้าเครื่องเพทซีทีสแกน ตามลำดับการตรวจ โดยใช้เวลาประมาณ 20-45 นาที

  • ทีมแพทย์เวชศาสตร์นิวเคลียร์ทำการอ่านผลเบื้องต้น ขณะที่ผู้ป่วยพักเพื่อตรวจติดตามอาการ ประมาณ 30 นาที จึงเสร็จสิ้นกระบวนการตรวจ โดยผลการตรวจจะถูกส่งให้แพทย์ผู้ส่งตรวจเพื่อแจ้งผลตรวจให้แก่ผู้ป่วยต่อไป

SPECT/CT (สเปคซีที)

เป็นการตรวจทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์อีกชนิดหนึ่งที่ใช้เพื่อการวินิจฉัยโรคต่างๆ สามารถถ่ายภาพเพื่อตรวจหาความผิดปกติได้ดี แต่ภาพที่ได้อาจไม่สามารถบอกตำแหน่งความผิดปกติได้ชัดเจนนัก เราจึงต้องใช้เครื่อง CT scan มาช่วยในการถ่ายภาพและสร้างภาพ เพื่อช่วยบอกตำแหน่งของพยาธิสภาพได้แม่นยำยิ่งขึ้น

การให้บริการ SPECT/CT (สเปคซีที)
  • สแกนกระดูก (Bone scan)
  • สแกนต่อมไทรอยด์ (Thyroid scan)
  • สแกนต่อมพาราไทรอยด์ (Parathyroid scan)
  • MUGA เพื่อดูการบีบตัวและปริมาตรของห้องหัวใจ
  • การตรวจไต (Renal scan)
  • สแกนตับและทางเดินน้ำดี (Hepatobiliary scan)
  • การตรวจมะเร็ง โดยใช้ I-131 MIBG, Ga-67 และ Octreoscan
  • สแกนทั้งตัวด้วย I-131 ในผู้ป่วยมะเร็งไทรอยด์ชนิด well differentiate

ไซโคลตรอนทางการแพทย์ (MEDICAL CYCLOTRON)


ไซโคลตรอน

  • เครื่องผลิตสารเภสัชรังสี โดยการเร่งอนุภาคโปรตอน (P) หรือ ดิวเทอรอน (d) ให้มีพลังงานเพียงพอที่จะเข้าสู่นิวเคลียสของธาตุเป้าหมาย เกิดการเพิ่มจำนวนโปรตอนหรือเพิ่มจำนวนโปรตอนและนิวตรอนในนิวเค ลียสเปลี่ยนแปลงให้ธาตุเป้าหมายกลายเป็นธาตุกัมมันตรังสี

  • สารเภสัชรังสีที่ใช้ในการตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องเพทซีทีสแกนมีค่าครึ่งชีวิ ต (Half-life)ที่สั้น และมีปริมาณรังสีน้อยมากเมื่อเทียบกับปริมาณรังสีเพื่อการรักษา โดยสารเภสัชรังสีที่ทางศูนย์ผลิตมีดังต่อไปนี้

  • สารเภสัชรังสีเพื่อการบริการตรวจวินิจฉัย

  • 18F-FDG เพื่อการตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคทางสมองและระบบประสาท

  • 18F-PSMA-1007 เพื่อการตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งต่อมลูกหมากสารเภสัชรังสีเพื่อการวิจัย

สารเภสัชรังสีเพื่อการวิจัย

  • 18F-NaF เพื่อการตรวจวินิจฉัยการแพร่กระจายของมะเร็งไปยังกระดูก

  • 13N-Ammonia เพื่อการตรวจวินิจฉัยภาวะเลือดเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ

  • 11C-Methionine เพื่อการตรวจวินิจฉัยเนื้องอกในสมอง

  • 11C –Choline เพื่อการตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก

  • 11C –Acetate เพื่อการตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก

  • 15O-Water เพื่อการตรวจวินิจฉัยภาวะเลือดเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ

  • 15O –Oxygen เพื่อการตรวจวินิจฉัยอัตราการเผาพลาญออกซิเจนในสมอง

  • 15O -Carbon monoxide เพื่อการตรวจวินิจฉัยภาวะเลือดเลี้ยงปอด

  • 15O -Carbon dioxide เพื่อการตรวจวินิจฉัยการไหลเวียนของเลือด

  • 124I-NaI เพื่อการตรวจวินิจฉัยต่อมไทรอยด์

หลักสูตรการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการการผลิตสารเภสัชรังสีสำหรับการตรวจเพทซีทีสแกน และเทคโนโลยีเครื่องเร่งอนุภาคไซโคลตรอน (PCCCMU TRAINING COURSE on PET Radiopharmacy and Cyclotron Operation)

หลักสูตรมีทั้งหมด 4 แบบตามระยะเวลาของการฝึกอบรม

อัตราค่าบริการ

อัตราค่าบริการตั้งแต่ วันนี้-31 ธันวาคม 2563
กรณีส่งตรวจ จากโรงพยาบาลภาครัฐและหน่วยบริการสังกัด คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ลด 40%
กรณีส่งตรวจ จากโรงพยาบาลเอกชน ลด 20%
** ทั้งนี้ไม่รวมถึงผู้ป่วยในโครงการวิจัย หรือหน่วยงานที่เข้าร่วมบริการเงินเชื่อของศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์
***ข้าราชการที่เบิกได้เต็มจำนวน (กรณีแพทย์วินิจฉัยตรงโรค) กรุณาโทรสอบถามกับเจ้าหน้าที่ และแจ้งสิทธิ์ก่อนรับบริการ
 
 
 

ติดต่อเรา

ศูนย์เพทซีที และไซโคลตรอน

  • เปิดให้บริการ วันจันทร์ - วันศุกร์
  • 8.00-17.00 น.
  • หยุด วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
  • เบอร์โทร
  • 053-934790
  • email
  • petct.cmu@gmail.com
 

ดาวน์โหลดเอกสาร

[ภาษาไทย] 4_SPECT scan คืออะไร
[ภาษาไทย] 3_ขั้นตอนการตรวจเพทซีที
[ภาษาไทย] 1_PETCT คืออะไร
[ภาษาไทย] 2_ใครควรตรวจเพทซีทีบ้าง