มารู้จักซีสต์ในเต้านมกันเถอะ

“แมมโมแกรม” ช่วยชีวิตหรือ ทำผู้หญิงให้เป็น“มะเร็งเต้านม”
February 26, 2018
ปากมดลูกคืออวัยวะอะไร?
February 26, 2018

มารู้จักซีสต์ในเต้านมกันเถอะ

ถุงน้ำของเต้านม หรือซีสต์ ถ้าเป็นซีสต์ธรรมดา หมายถึงถุงที่ภายในมีน้ำ โดยส่วนใหญ่แล้วจะไม่กลายเป็นมะเร็ง ถ้าไม่มีอาการก็ไม่จำเป็นต้องรักษา

สาเหตุ ที่เกิดซีสต์ยังไม่ทราบชัดเจน แต่เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนมีส่วนทำให้เกิดซีสต์เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอายุหลัง 40 ปีไปแล้วโอกาสเกิดซีสต์จะเพิ่มมากขึ้นทั้งจำนวนและขนาด และจะลดลงทั้งจำนวนและขนาดจนหายไปหลังจากหมดประจำเดือนไปแล้วหลายปี

อาการ ซีสต์อาจทำให้ผู้ป่วยมีอาการเจ็บได้ แต่อย่างที่บอกไปข้างต้นก็คือ ถ้าไม่เจ็บ ไม่มีอาการก็ไม่จำเป็นต้องรักษา แต่ถ้าเป็นซีสต์ที่มีอาการและก้อนใหญ่ เช่น เจ็บที่เต้านมก็มักจะรักษาโดยการเจาะดูดเอาน้ำด้านในออกอาการก็จะดีขึ้น หลังจากเจาะเอาน้ำออกแล้วประมาณ 50% จะหายไปเลย ไม่เป็นขึ้นมาอีก แต่อีก 50% ก็มีโอกาสที่ซีสต์จะกลับขึ้นมาใหม่ ถ้ายังมีอาการอยู่การเจาะเอาน้ำออกอาจทำได้อีก 1-2 ครั้ง ถ้ายังเจ็บอยู่หรือมีก้อนขึ้นอยู่เรื่อยๆ หรือกังวล แพทย์ก็จะแนะนำให้ผ่าตัดเอาออก

อย่างไรก็ดีมีซีสต์อีกประเภทหนึ่งซึ่งเราเรียกว่า complex cyst หมายถึง ซีสต์ที่มีก้อนเนื้ออยู่ภายใน ซึ่งซีสต์เหล่านี้จำเป็นต้องได้ชิ้นเนื้อมาตรวจให้ชัดเจนว่ามีสาเหตุมาจากมะเร็งหรือไม่ ดังนั้นหากพบว่าเป็นซีสต์ชนิดนี้แพทย์มักจะแนะนำให้เจาะหรือผ่าเอาซีสต์ก้อนนั้นไปตรวจทำการพิสูจน์ชิ้นเนื้อ

มีน้ำไหลออกจากหัวนมอันตรายหรือไม่ ?

ของเหลวที่ไหลออกจากหัวนมมีได้หลายอย่าง ของเหลวที่ออกจากหัวนมและไม่ใช่มะเร็งนั้นมักออกจากเต้านมทั้งสองข้าง มีหลายรู และเกิดจากการบีบออก มักมีสาเหตุจากภายนอกไม่ใช่ความผิดปกติจากภายในเต้านม  อาจมีสีคล้ายน้ำนม หรือสีเหลือง ดำ น้ำตาล  ส่วนของเหลวที่มีลักษณะสงสัยมะเร็งนั้นมักออกจากหัวนมข้างเดียว รูเดียว และออกเองโดยไม่ได้บีบ มักมีความผิดปกติภายในเต้านม แต่ส่วนมากมักไม่ใช่มะเร็ง เช่นอาจเกิดจากก้อนเนื้อธรรมดา หรือท่อน้ำนมขยาย  แต่หากอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป และมีเลือดออกจากหัวนมข้างเดียว รูเดียว และออกเองโดยไม่ได้บีบ ให้สงสัยว่าเป็นมะเร็งเต้านม และควรพบแพทย์ เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยต่อไป

 

@ มะเร็งเต้านม (BREAST CANCER ) @

อาการของเต้านม ที่ควรมาพบแพทย์

อาการของเต้านม ที่ควรมาพบแพทย์ 

  1. คลำพบก้อนในเต้านม
  2. เจ็บในเต้านม
  3. มีของเหลวออกจากบริเวณหัวนม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นเลือด
  4. ความผิดปกติของหัวนม เช่น เป็นแผลที่หัวนมหัวนมบุ๋มหรือยุบลงไป
  5. มีความผิดปกติของลักษณะของเต้านม เช่น ผิวเต้านมเปลี่ยนไป  มีรอยยุบหรือบุ๋มของ เต้านม ผิวเต้านมไม่เรียบคล้ายเปลือกส้ม

ความเข้าใจผิดของผู้ป่วยที่สำคัญและทำให้ผู้ป่วยมาพบแพทย์ช้ากว่าที่ควรจะเป็นคือ ผู้ป่วยมักเข้าใจผิดว่าหากเป็นมะเร็งเต้านมก้อนที่พบในเต้านมจะต้องมีอาการเจ็บร่วมด้วย ซึ่งข้อเท็จจริงคือ ก้อนที่พบในมะเร็งเต้านม มักจะไม่เจ็บ แต่ก้อนที่มีอาการเจ็บ    มักจะไม่ใช่มะเร็ง ดังนั้นหากท่านตรวจพบก้อนบริเวณเต้านมควรรีบไปพบแพทย์

จากการศึกษาพบว่า…ท่านจะมีความเสี่ยงของมะเร็งเต้านมสูงขึ้นหาก

  • เป็นเพศหญิง อายุ 40 ปี ขึ้นไป
  • เคยเป็นมะเร็งเต้านมมาแล้วหรือญาติพี่น้องมีประวัติเป็นมะเร็งเต้านม
  • การใช้ฮอร์โมนเพศ ยาคุมกำเนิดนานกว่า 5 ปี
  • ไม่ได้แต่งงานหรือแต่งงานโดยไม่มีบุตร หรือคลอดบุตรคนแรกเมื่ออายุมากกว่า 30 ปี
  • เริ่มมีประจำเดือนตั้งแต่อายุน้อย (<12 ปี) และหมดประจำเดือนเมื่ออายุมาก (>50 ปี)
  • ผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ซึ่งเต็มไปด้วยสิ่งแวดล้อมและมลภาวะที่เป็นพิษ

วิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม…ทำได้อย่างไร ?

มะเร็งเต้านมสามารถรักษาให้หายได้ ถ้าวินิจฉัยได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรกโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ายังคลำก้อนไม่ได้ และยังไม่มี  การแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ และเนื่องจากยังไม่สามารถป้องกันการเกิดมะเร็งเต้านมได้ดังนั้นวิธีการที่ดีที่สุดคือ   การตรวจวินิจฉัยให้ได้เร็วที่สุด ซึ่งทำได้โดยการตรวจเต้านมด้วยตนเองทุกเดือน การตรวจเต้านมโดยแพทย์ การทำแมมโมแกรม  และการตรวจโดยอัลตราซาวด์ โดยมีข้อแนะนำการตรวจเต้านมดังนี้

  1. หากท่านอายุ 20 ปีขึ้นไป ให้ตรวจเต้านมด้วยตนเองทุกเดือนและให้แพทย์ตรวจทุก 3 ปี2. หากท่านอายุ 40 ปีขึ้นไป ให้ตรวจเต้านมด้วยตนเองทุกเดือนและให้แพทย์ตรวจทุกปี และทำแมมโมแกรมทุกปี

*****  การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม…*****

****   วิธีที่ดีที่สุดคือ การทำแมมโมแกรมและอัลตราซาวนด์ *****

ก้อนเนื้องอกเต้านมชนิดไม่ร้ายแรง (Fibroadenoma)

ก้อนเนื้องอกชนิดนี้เป็น ชนิดธรรมดา ไม่ใช่เนื้อร้าย หมายความว่าเมื่อผ่าตัดออกไปหมดแล้วก็หาย ไม่เกิดขึ้นอีกในตำแหน่งนั้น  เนื้องอกชนิดนี้พบได้บ่อยมากที่สุด ของบรรดาก้อนเนื้องอกของเต้านม

อาการ ส่วนใหญ่คือ คลำพบก้อนที่เต้านม ก้อนนี้ไม่มีอาการเจ็บ แต่บางคนอาจเจ็บเต้านมเป็นพิเศษในช่วงก่อนมีประจำเดือนจากก้อนนี้คัดตึงเพิ่มขึ้นได้  เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ ก็จะส่งตรวจแมมโมแกรม/อัลตราซาวนด์ ก็พอจะบอกได้ว่าเป็นเนื้องอกชนิดนี้ เนื่องจากส่วนมากของเนื้องอกชนิดนี้จะมีลักษณะแตกต่างจากก้อนเนื้อมะเร็ง หากก้อนขนาดใหญ่หรือผิวไม่เรียบ แพทย์อาจเจาะดูดเอาเซลล์ที่ก้อนไปตรวจ ซึ่งเมื่อผลการตรวจยืนยัน ก็สามารถวินิจฉัยได้แน่นอน ส่วนการรักษาว่าจะผ่าตัดออก หรือจะสังเกตุอาการไปก่อน ก็ต้องดูที่องค์ประกอบหรือเหตุผลอื่นๆ เป็นรายละเอียดของผู้ป่วยแต่ละคนไป

ในบางครั้งหากลักษณะก้อนจากการตรวจแมมโมแกรมหรืออัลตราซาวนด์ บ่งชี้ว่าเหมือนfibroadenoma ค่อนข้างมาก อาจไม่จำเป็นต้องเจาะชิ้นเนื้อจากก้อนไปตรวจ แต่ก็ต้องติดตามดูเป็นระยะๆเพื่อให้แน่ใจว่าก้อนนั้นๆไม่โตขึ้น หรือมีรูปร่างเปลี่ยนไปในทางที่ผิดปกติ โดยทั่วไปจะติดตามการเปลี่ยนแปลงของก้อนนานประมาณ 2 ปี

>>>>> สรุป ก้อนเนื้องอกเต้านมไฟโบรอดีโนมา <<<<<

1.เนื้องอกชนิดนี้ไม่ถือว่าอันตราย ไม่ใช่เนื้อร้าย พบได้บ่อยที่สุด โดยเฉพาะผู้หญิงอายุน้อย ช่วง 20 -40 ปี

  1. สามารถพบได้ในคนปกติ ทั่วๆไป
  2. ไม่มีการกลายพันธุ์จากเนื้องอกชนิดนี้กลายเป็นมะเร็ง
  3. แนะนำให้ผ่าตัดเอาก้อนออก ในผู้ที่มีก้อนขนาดใหญ่ เช่น  ก้อนที่สามารถคลำได้ หรือมีการโตขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป หรือมีลักษณะพิเศษที่ต้องผ่าตัดพิสูจน์เนื้อเยื่ออย่างละเอียด
  4. ในผู้ที่คลำเจอก้อน มักต้องมีการเจาะตรวจเซลล์เพื่อยืนยัน เพราะมีบางครั้งไม่สามารถแยกแยะจากก้อนมะเร็งได้จากการตรวจแมมโมแกรมเพียงอย่างเดียว
  5. ถึงแม้มีการตรวจเซลล์ยืนยันแล้วว่าไม่ใช่ก้อนมะเร็ง  ก็ต้องระวังว่าอาจเป็นก้อนเนื้องอกชนิดกึ่งมะเร็ง (phyllodes tumor)ได้ เพราะลักษณะทุกอย่างจะเหมือนกัน โดยเฉพาะผู้ที่มีก้อนขนาดใหญ่หรือก้อนโตเร็ว

ดัดแปลงบทความจาก..สมาคมโรคเต้านมแห่งประเทศไทย

ด้วยความปรารถนาดีจาก….. ศูนย์สุขภาพสตรี ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  โทร 053-949711-12   

http://excellence.med.cmu.ac.th/cmex   

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *