“แมมโมแกรม” ช่วยชีวิตหรือ ทำผู้หญิงให้เป็น“มะเร็งเต้านม”

ประกาศผู้ชนะ ประกวดราคาซื้อเครื่องตรวจวิเคราะห์ภาพตัดขวางของกระจกตา และช่องด้านหน้าของลูกตา
February 26, 2018
มารู้จักซีสต์ในเต้านมกันเถอะ
February 26, 2018

“แมมโมแกรม” ช่วยชีวิตหรือ ทำผู้หญิงให้เป็น“มะเร็งเต้านม”

 

 

 

 

 

นพ.ธรรมนิตย์ อังศุสิงห์

ประธานศูนย์ถันยรักษ์ เลขาธิการมูลนิธิถันยรักษ์ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

เมื่อเร็วๆ นี้ ได้ทราบว่ามีข่าวตามสื่อ online ต่างๆ ที่ทำให้ผู้หญิงไทยสับสนว่า “…การทำ   แมมโมแกรมเพื่อค้นหามะเร็งเต้านม (Screening Mammogram) เลิกใช้กันแล้ว   ยิ่งกว่านั้นการทำแมมโมแกรมมีการกดเต้านมและใช้รังสีทำให้เกิดเป็นมะเร็งเต้านมอีกด้วย” จึงต้องการชี้แจง และอธิบายให้ผู้หญิงไทยทราบความจริง และมีความเข้าใจที่ถูกต้อง

ปี 1980 สหรัฐอเมริกาได้รณรงค์การทำ Screening Mammogram เป็นนโยบายของประเทศ ผลในปี 1990 มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รวมทั้งผลวิจัยของสถาบันที่มีชื่อเสียงหลายแห่งในสหรัฐอเมริกาและยุโรป ชี้ชัดว่าการทำ (Screening Mammogram) ช่วยชีวิตผู้หญิงได้ และอัตราการเสียชีวิตของผู้หญิงจากมะเร็งเต้านมได้ลดลงมาอย่างต่อเนื่อง   ซึ่งถ้าหากนับย้อนหลังไปเมื่อ 50 ปีก่อน เมื่อยังไม่มีการทำ Screening Mammogram จะพบว่าอัตราการเสียชีวิตสูงมาตลอด และมีแนวโน้มที่สูงขึ้น

กล่าวได้ว่าผู้หญิงที่เป็นมะเร็งเต้านม และได้รับการช่วยเหลือให้รอดชีวิตได้นั้น  เป็นผลมาจากการทำ Screening Mammogram เป็นประจำมากกว่า 30% หรือประมาณ 15,000 – 20,000 คนต่อปี  และผู้ที่เคยเป็น มะเร็งได้รับการรักษา และใช้ชีวิตเป็นปกติดีในสหรัฐอเมริกามีกว่า 2.6 ล้านคน

สำหรับประเทศไทย อัตราการเป็นมะเร็งเต้านมสูงขึ้นทุกปี และเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในผู้หญิงไทยในปัจจุบัน  และการทำ Screening Mammogram ในประเทศไทยก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกันแต่ด้วยปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม  รวมทั้งความไม่พร้อมด้วยจำนวนเครื่องมือที่เหมาะสม และจำนวนบุคลากรการแพทย์ยังไม่เพียงพอ  ศูนย์ถันยรักษ์จึงแนะนำให้ผู้หญิงไทยเริ่มจากตรวจเต้านมด้วยตนเองอย่างถูกวิธี และทำสม่ำเสมอต่อเนื่อง  เป็นพื้นฐานของการเฝ้าระวังตนเองจากภัยมะเร็งเต้านม เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีการพิสูจน์ชี้ชัดว่า อะไรคือสาเหตุที่แท้จริง ดังนั้น การป้องกัน ที่ดีที่สุด คือ การค้นพบให้เร็วที่สุด จะช่วยรักษาชีวิตผู้ป่วยได้

จากสถิติของศูนย์ถันยรักษ์ และคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ทำให้ยืนยันได้ว่า     การทำ Screening Mammogram มีประโยชน์อย่างมาก  ทำให้ค้นพบได้เร็ว   การค้นพบในระยะแรกๆ  ทำให้การรักษามะเร็งเต้านมได้ผลดีและเพิ่มอัตราการรอดชีวิตได้สูงขึ้น

จริงอยู่ที่ปัจจุบันการรักษาผู้ป่วยหลังผ่าตัดเต้านมด้วยการใช้เคมีบำบัด หรือฉายรังสีได้พัฒนาก้าวหน้ามากและมีประสิทธิผลสูง   แต่การรักษาจะช่วยชีวิตได้ดียิ่งขึ้น ถ้าพบมะเร็งในระยะแรกและทำการรักษาตั้งแต่เริ่มต้น ซึ่งหากไม่มีการทำ Screening Mammogram ก็คงเป็นไปได้ยาก

การกด และการใช้รังสี ทำให้เป็นมะเร็งเต้านม?

อีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้ผู้หญิงไทยเราสับสน และสงสัยคือ  มีข่าวว่าการทำแมมโมแกรมต้องกดเจ็บและใช้รังสีซึ่งทำให้เป็นมะเร็งเต้านม

การทำแมมโมแกรมนั้น จำเป็นต้องกดเต้านม เพื่อให้เนื้อเยื่อกระจาย ให้รังสีผ่าน จะได้เห็นสิ่งผิดปกติในเนื้อเต้านมชัดเจนและรังสีที่ผู้มาตรวจได้รับนั้นน้อยลง   และการกดนั้นไม่ได้เจ็บมากเหมือนเมื่อ 30 ปีที่แล้ว   การทำด้วยเครื่อง Digital Mammogram ไม่ต้องกดเต้านมมากเหมือนก่อน และปรับปรุงเทคนิคการกด    ศูนย์ถันยรักษ์ได้เก็บสถิติจากผู้มาตรวจแมมโมแกรม 60,000 ราย พบว่า 98% เจ็บแต่ทนได้

Health Physic Society ในสหรัฐอเมริกาและนโยบายของศูนย์ถันยรักษ์ก็คือคำนึงเรื่องการใช้ปริมาณรังสีให้น้อยเท่าที่จำเป็นและให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้มาตรวจ   และ International Atomic Energy Agency (IAEA) ได้กำหนดปริมาณรังสีสำหรับแพทย์ นักรังสีการแพทย์ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการใช้รังสี ต้องได้รับรังสีไม่เกินกว่า 20 mSv ต่อปี   ถ้าจะเปรียบเทียบปริมาณรังสีที่ผู้มาตรวจจะได้รับจากการถ่ายแมมโมแกรมสูงสุดคือ 1.44 mSv ต่อครั้ง (ถ่ายข้างละ 2 ภาพ) แต่ที่ทำกันอยู่ปัจจุบันไม่ถึง 1.44 mSv  ซึ่งแสดงให้เห็นว่าจำนวนรังสีนั้นน้อยมาก

เมื่อ 4 ปีที่แล้ว Kalpana Kanal PhD. DABR อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านรังสีและฟิสิกส์ของมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน สหรัฐอเมริกาได้ทำการวิจัยเรื่องนี้ว่า การทำแมมโมแกรม 1,000,000 คน อาจจะมีความเสี่ยงจากมะเร็งเต้านมเพียง 6 คน เขาได้สรุปว่าอันตรายของรังสีจากการทำแมมโมแกรมมีน้อยมากแต่การทำแมมโมแกรมมีประโยชน์ความสำคัญยิ่งกว่ามาก

จึงขอให้มั่นใจว่าปัจจุบันเรื่องการกดเต้านมและการใช้รังสีไม่ได้เป็นสาเหตุให้เกิดเป็นมะเร็งเต้านม และเครื่องมือแมมโมแกรมมีการควบคุมมาตรฐานไม่ให้ผลิตรังสีเกินกว่ามาตรฐานอยู่แล้ว

ณ วันนี้ ในสหรัฐอเมริกาและในยุโรปยังมีการทำ Screening Mammogram แพร่หลายและถือว่า เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการค้นพบมะเร็งเต้านมในระยะเริ่มแรก   เพราะมีผลวิจัยมีสถิติชัดเจนว่า การพบมะเร็งตั้งแต่ระยะแรก ช่วยทำให้การผ่าตัด ให้เคมีบำบัดและใช้รังสีรักษาเกิดประสิทธิผลสูง ช่วยชีวิตผู้หญิงที่ป่วยเป็นมะเร็งเต้านมสูงขึ้นด้วย

มูลนิธิถันยรักษ์ฯ ได้ก่อตั้งศูนย์ถันยรักษ์ขึ้นที่โรงพยาบาลศิริราช เพื่อบริการตรวจวินิจฉัยโรคเต้านมครบวงจรเกือบ 20 ปีแล้ว และดำเนินการตามมาตรฐานสากลเช่นกัน แนะนำส่งเสริมให้ผู้หญิงไทยตรวจเต้านมด้วยตนเองเป็นประจำ และทำ Screening Mammogram เป็นพื้นฐานเมื่ออายุ 35 ปีขึ้นไป

แหล่งที่มา: http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9570000088464 วันที่ 4สิงหาคม 2557

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *